LINE

ภาษาไทย
ข้อกำหนดการใช้งานโฆษณาเพิ่มเพื่อน (LINE Gain friends ad Terms of Use)

ข้อกำหนดการใช้งานโฆษณาเพิ่มเพื่อน (LINE Gain friends ads Terms of Use)
บรรดาข้อกำหนดการใช้งานโฆษณาเพิ่มเพื่อน (LINE Gain friends ads Terms of Use) (ต่อไปนี้เรียกว่า "ข้อกำหนดการใช้งาน") ได้ระบุข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ สำหรับการใช้งานโฆษณาเพิ่มเพื่อน (LINE Gain friends ads) (ต่อไปนี้เรียกว่า     "การบริการฯ") ระหว่างไลน์ คอร์ปอเรชั่น (LINE Corporation) และ/หรือ บริษัทในกลุ่มตามที่ไลน์ คอร์ปอเรชั่น (LINE Corporation) กำหนด (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า "บริษัท") กับคู่สัญญาอีกฝ่ายที่ได้เข้าทำสัญญาบริการ (ตามที่นิยามไว้ในข้อ 2(1) (ต่อไปนี้เรียกว่า "ลูกค้า") ผู้ซึ่งตกลงยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้ในนามของลูกค้าขอรับรองและรับประกันว่าตนได้รับมอบอำนาจจากลูกค้าเพื่อเข้าตกลงยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้และลูกค้าตกลงยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้ตามการมอบอำนาจดังกล่าว เมื่อลูกค้าเริ่มใช้การบริการฯ จะถือว่าลูกค้าได้ยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้

ข้อ 1 (ภาพรวมของการบริการฯ)
การบริการฯ เป็นการบริการที่ลูกค้าสามารถใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณาของบริษัทและเผยแพร่โฆษณาของตนเองหรือโฆษณาของบุคคลอื่นที่ลูกค้าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ ให้ปรากฏบนตำแหน่งโฆษณาซึ่งจัดหาให้โดยบริษัทหรือพันธมิตรภายนอกของบริษัท        ในประเทศหรือภูมิภาคตามที่บริษัทกำหนด โดยรายละเอียดของการบริการฯ ให้เป็นไปตามที่บริษัทจะจัดเตรียมให้ต่างหากบนสื่อออนไลน์

ข้อ 2 (ความสัมพันธ์ตามสัญญา)
1. คู่สัญญาฝ่ายที่มีความประสงค์ใช้การบริการฯ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ขอใช้บริการ”) จะต้องยอมรับข้อกำหนดการใช้งานนี้ กรอกข้อมูล         ที่จำเป็นใน "แบบฟอร์มใบสมัคร" ที่กำหนดโดยบริษัทแยกเป็นอีกฉบับ (ต่อไปนี้เรียกว่า "แบบฟอร์มใบสมัคร") และส่งแบบฟอร์มใบสมัครให้กับบริษัท เมื่อบริษัทยอมรับแบบฟอร์มใบสมัครดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าบริษัทและผู้ขอใช้บริการได้เข้าทำข้อตกลงในการบริการ (ต่อไปนี้เรียกว่า “สัญญาบริการ”) ที่เกี่ยวข้องกับการบริการฯ และผู้ขอใช้บริการจะมีฐานะเป็นลูกค้า
2. ข้อกำหนดการใช้งานนี้ให้บังคับใช้พร้อมกับข้อกำหนดการใช้งานบัญชีทางการ (LINE Official Account Terms of Use) และในกรณีที่มีความขัดแย้งกันระหว่างข้อกำหนดนี้กับข้อกำหนดการใช้งานบัญชีทางการ (LINE Official Account Terms of Use) ให้บังคับใช้ตามข้อกำหนดนี้
3. ลูกค้ารับรองว่าข้อมูลการชำระเงิน (รวมถึงข้อมูลบัตรเครดิตที่ลูกค้าได้ให้ไว้) เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและใช้บังคับได้ และยังคงถูกต้องและใช้บังคับได้ ตลอดระยะเวลาจนกว่าลูกค้าจะไม่มีหนี้ที่ค้างชำระกับบริษัท ลูกค้าได้ยินยอมและให้อำนาจเต็มกับบริษัทในการติดต่อสถาบันการเงินหรือธนาคารที่เกี่ยวข้องซึ่งมีชื่อในข้อมูลการชำระเงินหรือข้อมูลบัตรเครดิตที่ลูกค้าได้ให้ไว้ เพื่อจัดเก็บ ติดตาม ได้รับ ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ข้อมูลติดต่อ รายการการชำระเงินที่เกี่ยวข้อง จากสถาบันการเงินหรือธนาคารที่เกี่ยวข้องดังกล่าว การให้ความยินยอมและให้อำนาจเต็มของลูกค้าดังกล่าวให้ยังมีผลไปจนกระทั่งลูกค้าได้ชำระหนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมด รวมถึงได้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องการชำระเงินต่างๆ อย่างครบถ้วนให้แก่บริษัทแล้ว 
4. บริษัทอาจปฏิเสธการขอเข้าทำสัญญาบริการได้ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ผู้ขอใช้บริการเคยค้างชำระหรือบริษัทพิจารณาว่าอาจค้างชำระซึ่งค่าบริการ ค่าใช้จ่าย ค่าบริการเสริมหรือค่าปรับล่าช้าสำหรับบริการต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการบริการฯ และบริการอื่นใดที่บริษัทให้บริการ
(2) บริษัทพิจารณาว่าผู้ขอใช้บริการอาจทำให้ชื่อเสียงของการบริการฯ เสียหาย
(3) ลูกค้าเป็นหรือบริษัทพิจารณาว่าอาจเป็นกลุ่มประเภทที่ไม่เหมาะสม
(4) แบบฟอร์มใบสมัครมีข้อมูลเท็จหรือการสำแดงที่ไม่เป็นจริง
(5) ผู้ขอใช้บริการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ หรือข้อมูลที่บริษัทเห็นว่าขาดความน่าเชื่อถือ หรือข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือ
(6) ในกรณีที่บริษัทเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะเข้าทำสัญญาบริการนอกเหนือจากกรณีตามข้อ (1) ถึง (5) ข้างต้น 
5. ในกรณีที่เข้าข่ายเหตุการณ์ใด ๆ ตามวรรคก่อน บริษัทอาจระงับการใช้การบริการฯ ของลูกค้า หรือเลิกสัญญาบริการกับลูกค้าโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือแจ้งเตือนใด ๆ ให้ลูกค้าทราบ
6. การบริการฯ เป็นบริการสำหรับลูกค้าที่มีบัญชีทางการ (LINE Official Account) เท่านั้น (ต่อไปนี้เรียกว่า “บัญชีทางการ“) บริษัทสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงประเภทของบัญชีทางการที่สามารถใช้บริการฯ นี้ได้ ในเวลาใดก็ตามโดยการประกาศให้ลูกค้าทราบ
7. ลูกค้าอาจแยกสมัครและใช้บริการฯ นี้ ผ่านทางบริการ LINE Ads  หรือใช้บริการฯ นี้โดยตรงก็ตาม โปรดทราบว่าบริการฯ นี้และบริการ LINE Ads  เป็นบริการที่แยกต่างหากจากกัน ดังนั้น ข้อมูลผลการเผยแพร่โฆษณาในบริการ LINE Ads จะไม่ถูกเผยแพร่ในการบริการฯ นี้ (และในทำนองเดียวกัน)

ข้อ 3 (ความเกี่ยวข้องของข้อกำหนดการใช้งานและเอกสารสื่อ) 
นอกเหนือจากเนื้อหาสาระที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดการใช้งานนี้แล้ว ให้รายละเอียดที่ระบุไว้ในเอกสารสื่อที่เกี่ยวข้องกับการบริการฯ    มีผลบังคับใช้กับการบริการฯ ด้วย และในกรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างข้อกำหนดการใช้งานนี้และเอกสารสื่อ ให้ถือว่าเอกสารสื่อมีลำดับของการบังคับใช้เหนือข้อกำหนดการใช้งานนี้

ข้อ 4 (การแก้ไขข้อกำหนดการใช้งานนี้และอื่น ๆ)
บริษัทอาจแก้ไขข้อกำหนดการใช้งานนี้และเอกสารสื่อได้ โดยหลังจากการแก้ไขแล้ว บริษัทจะประกาศข้อกำหนดการใช้งานและเอกสารสื่อฉบับแก้ไขเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของบริษัท หรือโดยการบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบเป็นรายบุคคล หากลูกค้าใช้การบริการฯ ภายหลังจากการประกาศหรือการบอกกล่าวดังกล่าว ให้ถือว่าลูกค้าได้ตกลงยอมรับข้อกำหนดการใช้งานและเอกสารสื่อฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว

ข้อ 5 (ค่าบริการและการชำระเงิน)
1. ลูกค้าจะต้องยืนยันค่าบริการสำหรับการบริการฯ บนหน้าบริหารจัดการบัญชีทางการ และชำระค่าบริการตามจำนวนที่ระบุในหน้าบริหารจัดการบัญชีตามวิธีการที่บริษัทกำหนดและภายในวันครบกำหนดชำระที่บริษัทกำหนดแยกต่างหาก โดยลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านธนาคาร บริษัทจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใด ๆ แม้ในกรณีเรียกเก็บเงินผิดพลาด       อันเกิดจากความไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องตามวิธีการชำระเงินที่ลูกค้าเลือกจากวิธีการชำระเงินต่าง ๆ ที่บริษัทกำหนด ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาการชำระเงินอย่างเคร่งครัด หากลูกค้าชำระค่าบริการหรือค่าบริการเสริมสำหรับการบริการฯ ล่าช้า บริษัทอาจเรียกเก็บค่าปรับล่าช้าจากลูกค้าในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากยอดเงินคงค้างในระหว่างที่ผิดนัด และอาจยุติหรือระงับการให้การบริการฯ แก่ลูกค้าจนกว่าจะได้รับชำระเงิน
2. ลูกค้ารับทราบและตกลงให้บริษัทสามารถโอนสิทธิของบริษัทให้แก่บริษัทลูกหรือบริษัทในเครือของบริษัท หรือบุคคล นิติบุคคลอื่นใด ทั้งนี้ ตามดุลยพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว เพื่อดำเนินการติดตามจัดเก็บค่าบริการค้างจ่ายซึ่งลูกค้ามีต่อบริษัทภายใต้ข้อกำหนดการใช้งานนี้ และข้อกำหนดการใช้งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ลูกค้ารับทราบและยินยอมว่าการโอนสิทธิของบริษัทนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาใดก็ตาม แล้วแต่ดุลยพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว
3. ในกรณีที่มีการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีโภคภัณฑ์ใด ๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการชำระค่าบริการที่ลูกค้าต้องชำระให้กับบริษัท ลูกค้าจะต้องชำระค่าบริการพร้อมเงินในจำนวนที่เทียบเท่ากับภาษีมูลค่าเพิ่ม และ/หรือ ภาษีโภคภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว
4. บริษัทจะปัดเศษสตางค์จากการคำนวณค่าบริการหรือจำนวนเงินอื่นใดเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกับจำนวนเต็มที่สุด
5. บริษัทมีสิทธิเปลี่ยนแปลงค่าบริการ และข้อกำหนดและเงื่อนไขของการบริการฯ ได้ด้วยดุลยพินิจของบริษัท โดยบริษัทจะต้องบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร (รวมถึงการบอกกล่าวทางอีเมล) หรือประกาศการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวบนระบบการเผยแพร่โฆษณาของการบริการฯ
6. หากปรากฏว่ามีค่าบริการที่ลูกค้าชำระให้กับบริษัทเกินหรือไม่ครบถ้วน เนื่องจากการเรียกเก็บเงินลูกค้าผิดพลาดของระบบหรือโดยเหตุประการอื่นใด และลูกค้าจะต้องชำระค่าบริการให้กับบริษัทเพิ่มเติมอีก บริษัทอาจยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวกับลูกค้าและปรับยอดคงเหลือที่เกิดจากการชำระผิดพลาด รวมถึงการปรับยอดชำระเกินหรือที่ยังชำระไม่ครบโดยการปรับเพิ่มหรือลดค่าบริการที่ลูกค้าจะต้องชำระให้กับบริษัทในเดือนถัดจากเดือนที่บริษัทบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบ (ในกรณีที่ลูกค้าใช้บริการของบริษัทหลายบริการ ให้อ้างอิงถึงค่าบริการต่าง ๆ ทั้งหมดของบริษัทโดยไม่จำกัดเฉพาะเพียงค่าบริการ ของการบริการฯ นี้) บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลในเชิงพาณิชย์เพื่อบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบถึงสาเหตุของการเรียกเก็บเงินที่ผิดพลาดดังกล่าวเท่าที่บริษัทสามารถระบุสาเหตุได้ และเจรจากับลูกค้าโดยสุจริต หากการบอกกล่าวดังกล่าวทำได้ยากเนื่องจากเหตุต่าง ๆ  เช่น บริษัทไม่สามารถระบุสาเหตุของการเรียกเก็บเงินที่ผิดพลาดได้ บริษัทไม่มีหน้าที่ต้องบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบ

ข้อ 6 (การตรวจสอบสิทธิ์ที่เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาที่นำเสนอ)
1. ลูกค้าจะต้องเป็นผู้จัดเตรียมเนื้อหาที่นำเสนอเพื่อเผยแพร่ในการบริการฯ และตรวจสอบสิทธิ์ (ซึ่งรวมถึงการชำระค่าตอบแทนให้กับหน่วยงานจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ เช่น JASRAC) ที่เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาที่จะนำไปเผยแพร่ยังช่องทางที่กำหนดในเนื้อหาที่นำเสนอ (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อโดเมน ตำแหน่งที่อยู่ของเว็บ (URL) เว็บไซต์ภายในโดเมนเดียวกัน และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ช่องทางที่กำหนด”) ด้วยค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบของลูกค้าเอง และลูกค้าจะอนุญาตให้สิทธิที่จำเป็นแก่บริษัทโดยไม่จำกัดระยะเวลาและไม่มีค่าตอบแทนสำหรับการจัดแสดงเนื้อหาที่นำเสนอในการบริการฯ บนสื่อที่บริหารจัดการโดยการบริการฯ
2. ลูกค้าจะต้องอนุญาตให้สิทธิโดยไม่จำกัดระยะเวลาและไม่มีค่าตอบแทนแก่บริษัทในการทำซ้ำ วิเคราะห์และตรวจสอบเนื้อหาที่นำเสนอ  ที่ใช้ในการบริการฯ โดยบริษัทในเครือทั้งภายในประเทศและต่างประเทศของไลน์ คอร์ปอเรชั่น (LINE Corporation) และบริษัทผู้รับเหมาช่วงโดยไลน์ คอร์ปอเรชั่น (LINE Corporation) เพื่อยืนยันว่าเนื้อหาที่นำเสนอนั้นไม่ได้ละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น เพื่อตรวจยืนยันความเหมาะสมของเนื้อหาสาระของเนื้อหาที่นำเสนอ เพื่อปรับปรุงความสะดวกในการใช้งานของลูกค้า หรือเพื่อปรับปรุงเนื้อหาของการบริการฯ 

ข้อ 7 (ความรับผิดชอบของลูกค้า)
1. ไม่ว่าลูกค้าจะเป็นผู้เผยแพร่โฆษณาเองหรือไม่ก็ตาม ลูกค้าขอรับประกันกับบริษัทว่าบรรดาเนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนดนั้น (ก) ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิในทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม สิทธิในชื่อเสียงของบุคคล สิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิอื่นใดของบุคคลภายนอก    (ข) ไม่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยาและเครื่องมือแพทย์ (Pharmaceutical and Medical Device Act) กฎหมายการให้รางวัลและการแสดงสรรพคุณที่ไม่เป็นธรรม (Act against Unjustifiable Premiums and Misleading Representations) หรือกฎหมายและกฎเกณฑ์อื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้อง (นอกเหนือจากกฎหมายของประเทศที่ลูกค้าตั้งอยู่ตลอดจนกฎหมายของประเทศที่จะเผยแพร่โฆษณา) (ค) ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ไม่ทำให้ผู้ใช้บริการหลงผิด ไม่มีไวรัสคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลเท็จ และเนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนดไม่เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน (ง) ไม่เป็นลิงก์ที่ใช้งานไม่ได้ และ (จ) ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมของประชาชน ไม่เป็นการหมิ่นประมาทบุคคลอื่นใด หรือมีเนื้อหาสาระที่ทำให้บุคคลอื่นใดเสื่อมเสียชื่อเสียง
2. หากบริษัทได้รับข้อร้องเรียนหรือข้อเรียกร้องจากบุคคลภายนอกเกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่นำเสนอหรือช่องทางที่กำหนด ลูกค้าจะต้องจัดการข้อร้องเรียนหรือข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วยความรับผิดชอบและภาระค่าใช้จ่ายของตนเอง นอกจากนี้ ในกรณีที่บริษัทได้รับความเสียหายใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาที่นำเสนอหรือช่องทางที่กำหนด ลูกค้าจะต้องชดใช้เยียวยาความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้นแก่บริษัทโดยทันที (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผลกำไรที่สูญเสีย ความเสียหายพิเศษและค่าทนายความตามความเหมาะสม)

ข้อ 8 (มาตรฐานการคัดกรองโฆษณา)
1. เนื้อหาและรูปแบบของเนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนดต้องเป็นไปตามมาตรฐานการคัดกรองโฆษณาที่กำหนดโดย บริษัทหรือแนวทางปฏิบัติอื่น ๆ (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า “แนวปฏิบัติในการเผยแพร่โฆษณา”) อย่างไรก็ตาม แนวปฏิบัติในการเผยแพร่โฆษณานั้นไม่ได้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการให้คำแนะนำทางกฎหมาย ลูกค้าจะต้องตรวจยืนยันและปฏิบัติตามบรรดากฎหมาย กฎเกณฑ์และข้อบัญญัติทั้งหมดที่บังคับใช้กับโฆษณาที่เสนอด้วยความรับผิดชอบของตนเอง
2. เพื่อยืนยันว่าเนื้อหาที่เผยแพร่โฆษณาของลูกค้าเป็นไปตามแนวปฏิบัติในการเผยแพร่โฆษณา บริษัทจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลไปยังตำแหน่งที่อยู่ของเว็บ (URL) ที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาที่ลูกค้านำเสนอ โดยลูกค้าตกลงยอมรับล่วงหน้าว่าหากบริษัทไม่สามารถดำเนินการรวบรวมข้อมูลได้ โฆษณาอาจจะไม่ได้รับการเผยแพร่ได้ในบางกรณี และลูกค้ายืนยันว่าจะไม่แก้ไขเนื้อหาที่เผยแพร่โฆษณาเฉพาะในเวลาที่บริษัทดำเนินการรวบรวมข้อมูลเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ต่อความเสียหายใด ๆ ที่ลูกค้าได้รับ    อันเนื่องมาจากการดำเนินการรวบรวมข้อมูล

ข้อ 9 (การคัดกรองเนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนด)
บริษัทจะคัดกรองเนื้อหาและรูปแบบของเนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนดตามที่บริษัทกำหนดในแนวปฏิบัติในการเผยแพร่โฆษณา เนื้อหาที่นำเสนอจะไม่ได้รับการเผยแพร่โฆษณาจนกว่าเนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนดจะผ่านการตรวจคัดกรองก่อน ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ กับเนื้อหาหรือรูปแบบของเนื้อหาที่นำเสนอหรือช่องทางที่กำหนดไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนภายหลังจากที่ผ่านการตรวจคัดกรองแล้ว เนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนดจะต้องผ่านการคัดกรองตามที่บริษัทกำหนดอีกครั้ง โดยการตรวจคัดกรองนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันซึ่งความถูกต้องตามกฎหมาย ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ประสิทธิผล ความเหมาะสมแก่การใช้ประโยชน์เฉพาะอย่าง หรือการปราศจากข้อบกพร่องใด ๆ ที่เกิดขึ้นจริงหรือข้อบกพร่องตามกฎหมาย เช่น ข้อบกพร่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ความผิดพลาดหรือจุดบกพร่อง หรือการละเมิดสิทธิ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเนื้อหา           ที่นำเสนอหรือเนื้อหาของช่องทางที่กำหนด

ข้อ 10 (การระงับการเผยแพร่โฆษณา)
1. แม้ภายหลังจากที่บริษัทดำเนินการตรวจคัดกรองเนื้อหาและรูปแบบของเนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนดตามที่บริษัทกำหนดในแนวปฏิบัติในการเผยแพร่โฆษณาแล้ว (1) หากปรากฏว่าลูกค้าฝ่าฝืนภาระผูกพันการรับประกันใด ๆ หรือข้อกำหนดให้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดการใช้งานนี้ หรือหากบริษัทพิจารณาด้วยดุลยพินิจของตนเองแล้วเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการฝ่าฝืนดังกล่าวขึ้น หรือ (2) ในสถานการณ์ที่การเผยแพร่เนื้อหาที่นำเสนอหรือช่องทางที่กำหนดในฐานะสื่อโฆษณานั้นถูกพิจารณาว่าไม่เหมาะสมโดยดุลยพินิจของบริษัทอันเนื่องมาจากปัจจัยทางสังคม แม้จะเกิดขึ้นภายหลังจากการเริ่มต้นเผยแพร่โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่นำเสนอไปแล้วก็ตาม บริษัทอาจระงับการเผยแพร่โฆษณาทั้งหมดหรือบางส่วนได้โดยทันทีด้วยดุลยพินิจของบริษัทเอง โดย  ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบต่อการผิดนัด ความเสียหายใด ๆ หรือความรับผิดทางกฎหมายอื่นใดต่อลูกค้า ทั้งนี้ในกรณีดังกล่าว ลูกค้าจะไม่ได้รับยกเว้นการชำระค่าบริการที่เกิดขึ้นและเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาที่นำเสนอ
2. ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้แม้ว่าจะเริ่มการเผยแพร่โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่นำเสนอดังกล่าวไปแล้วก็ตาม บริษัทอาจใช้ดุลยพินิจของบริษัทระงับการเผยแพร่โฆษณาที่ได้เผยแพร่ไปแล้วทั้งหมดหรือบางส่วนได้ในทันทีโดยโดยไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ในการผิดนัดผิดสัญญา ในความเสียหายหรือความรับผิดทางกฎหมายอื่นใดต่อลูกค้า ทั้งนี้ในกรณีดังกล่าว ลูกค้าจะไม่ได้รับยกเว้นการชำระค่าบริการที่เกิดขึ้นและเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาที่นำเสนอ
(1) กรณีการให้บริการบัญชีทางการถูกระงับตามข้อ 18 วรรค 1 ของข้อกำหนดการใช้งานบัญชีทางการ (LINE Official Account Terms of Use) หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทางการถูกบอกเลิก
(2) กรณีที่บริษัทพิจารณาว่าลูกค้าเป็นกลุ่มประเภทตามที่กำหนดในข้อ 2 (ความสัมพันธ์ตามสัญญา) วรรค 4(3)
(3) กรณีลูกค้าชำระค่าบริการของบัญชีทางการล่าช้าและข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทางการระหว่างบริษัทกับลูกค้าได้สิ้นสุดลงตามข้อ 5 วรรค 8 ของข้อกำหนดการใช้งานบัญชีทางการ (LINE Official Account Terms of Use) หรือ
(4) กรณีจำนวนค่าบริการของบัญชีทางการถึงมูลค่าสูงสุดตามที่บริษัทกำหนด

ข้อ 11 (ความไม่ต่อเนื่องของการบริการฯ)
บริษัทอาจหยุดให้การบริการฯ ทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้หากเกิดกรณีใด ๆ ดังต่อไปนี้
(1) การบำรุงรักษาระบบหรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการบริการฯ
(2) ความล้มเหลวของระบบหรืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการบริการฯ หรือ
(3) กรณีที่ไม่สามารถใช้บริการโทรคมนาคมได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตามที่เกิดขึ้นโดยบริษัทโทรคมนาคม

ข้อ 12 (การระงับการบริการฯ)
บริษัทอาจระงับการใช้การบริการฯ ของลูกค้าได้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ดังต่อไปนี้ขึ้นกับลูกค้า
(1) ลูกค้าไม่ชำระค่าบริการจากการใช้การบริการฯ เมื่อถึงกำหนดชำระ
(2) ลูกค้าส่งมอบ ให้ยืม หรือแบ่งปันบัญชีการใช้งานของตนหรือเว็บไซต์บริหารจัดการสำหรับการใช้การบริการฯ ด้วยวิธีการที่บริษัทไม่ได้กำหนด
(3) ลูกค้าละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ลิขสิทธิ์ หรือสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาอื่นใดของบุคคลอื่น
(4) ลูกค้าฝ่าฝืนกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องและใช้บังคับกับการใช้การบริการฯ ซึ่งรวมถึงรัฐธรรมนูญ สนธิสัญญาระหว่างประเทศ กฎหมายและกฎเกณฑ์ระดับประเทศ และข้อบัญญัติท้องถิ่นต่าง ๆ
(5) ลูกค้ากรอกข้อมูลที่เป็นเท็จ ไม่เป็นความจริง หรือข้อมูลที่จงใจให้เข้าใจผิดในแบบฟอร์มใบสมัคร
(6) ลูกค้าเผยแพร่ข้อมูลที่มีข้อมูลเท็จหรือข้อมูลปลอม
(7) ลูกค้าเผยแพร่ข้อมูลที่ละเมิดแนวปฏิบัติในการเผยแพร่โฆษณา
(8) ลูกค้าเผยแพร่ข้อมูลที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม
(9) ลูกค้าละเมิดต่อเกียรติยศ ความไว้วางใจ สิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิอื่นใดของบุคคลอื่น
(10) ลูกค้ากระทำการที่ทำให้บริษัทหรือลูกค้าของบริษัทเสียเปรียบหรือเสื่อมเสีย
(11) ลูกค้ากระทำการที่บริษัทเห็นว่าผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม
(12) ลูกค้ากระทำการที่ส่งผลหรือที่บริษัทพิจารณาว่าอาจส่งผลให้เกิดการแทรกแซงอย่างมีนัยสำคัญกับกิจการของบริษัท หรือการให้การบริการฯ หรือการดำเนินการใด ๆ ของการบริการฯ หรือ
(13) บุคคลภายนอกผู้ดำเนินการและให้บริการตลาดแอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์พกพาที่ใช้สำหรับการบริการฯ ซึ่งได้แก่ Apple Inc. และ Google Inc. (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม”) กำหนดให้บริษัทต้องระงับการบริการฯ ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ
(14) ลูกค้าเป็นกลุ่มประเภทตามที่กำหนดในข้อใด ๆ ในข้อ 10 (การระงับการเผยแพร่โฆษณา) วรรค 2

ข้อ 13 (การยุติการบริการฯ)
1. บริษัทอาจยุติการบริการฯ ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตามที่บริษัทเห็นสมควร
2. ในกรณีที่บริษัทจะยุติการบริการฯ บริษัทจะต้องบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าสาม (3) เดือน โดยการประกาศบนเว็บไซต์ของบริษัท หรือโดยการบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งรวมถึงการบอกกล่าวทางอีเมล
3. ในกรณีที่การบริการฯ ทั้งหมดหรือบางส่วนถูกยกเลิกลงตามสองวรรคข้างต้น ให้สัญญาบริการสิ้นสุดลงพร้อมกัน ณ วันที่ยุติการให้การบริการฯ ดังกล่าว
4. เมื่อสัญญาบริการของบริการบัญชีทางการที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานการบริการฯ ถูกบอกเลิกหรือได้แก้ไขเพิ่มเติมไปในประการที่ไม่สามารถใช้การบริการฯ ได้อีกต่อไป การบริการฯ จะยุติลงไปด้วยเช่นกัน ณ ช่วงเวลาดังกล่าว

ข้อ 14 (การเลิกสัญญาบริการ)
1. ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใด ๆ ในข้อ 12 (การระงับการบริการฯ) ขึ้นกับลูกค้า (ยกเว้นกรณีตามข้อ 10 วรรค 2(5)) บริษัทอาจบอกเลิกสัญญาบริการกับลูกค้าได้ทันทีโดยการส่งหนังสือบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบ โดยไม่ระงับการบริการฯ ตามข้อ 12
2. บริษัทหรือลูกค้าอาจบอกเลิกสัญญาบริการได้ทันทีโดยการส่งหนังสือบอกกล่าวให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ พนักงาน ตัวแทน หรือนายหน้า (ต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้ที่เกี่ยวข้อง”) ของคู่สัญญาอีกฝ่ายถูกพบว่าเป็นกลุ่มกองกำลังต่อต้านสังคม         (เช่น กลุ่มอาชญากรรม สมาชิก ผู้เป็นกึ่งสมาชิก หรือบริษัทในเครือของกลุ่มอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรม องค์กรอาชญากรรมทางการเมือง กลุ่มอาชญากรรมทางปัญญา และองค์กรหรือบุคคลอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน) หรือผู้ที่เกี่ยวข้องของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งถูกพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มกองกำลังต่อต้านสังคมดังกล่าว
3. ในกรณีที่มียอดเงินที่ยังไม่ได้ใช้คงเหลือในบัญชีของลูกค้ารายที่ถูกบอกเลิกสัญญาบริการตามวรรค 1 ของข้อนี้ บริษัทจะคืนเงินดังกล่าวให้กับลูกค้าตามวิธีการที่บริษัทกำหนด อย่างไรก็ตาม หากบริษัทร้องขอให้ลูกค้ากำหนดบัญชีที่จะรับคืนยอดเงินคงเหลือภายในเวลา     ที่บริษัทจะกำหนด แต่ลูกค้าไม่สามารถกำหนดบัญชีเพื่อรับคืนเงินดังกล่าวได้ หรือหากบริษัทไม่สามารถคืนยอดเงินคงเหลือไปยังบัญชี   ที่ลูกค้ากำหนดเนื่องจากเหตุผลต่าง ๆ ที่ไม่เกิดจากบริษัท บริษัทอาจเก็บเงินจำนวนดังกล่าวไว้ได้ โดยลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนเงินทางธนาคารที่จำเป็นสำหรับการโอนยอดเงินคงเหลือคืน
4. การคืนยอดเงินคงเหลือตามที่กำหนดไว้ในวรรคก่อนจะดำเนินการหลังจากหักเงินและหักกลบยอดเงินคืนดังกล่าวกับบรรดาหนี้ทั้งหมด   ที่ลูกค้าต้องชำระให้บริษัท (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงค่าบริการและค่าเสียหายต่าง ๆ) แล้ว
5. ในกรณีที่การประกาศโฆษณาระหว่างบริษัทกับลูกค้าสิ้นสุดลง และลูกค้าไม่ประสงค์ใช้การบริการฯ อีกต่อไป หากมียอดเงินใด ๆ          ที่ยังไม่ได้ใช้คงเหลืออยู่ในบัญชีของลูกค้า บริษัทจะคืนยอดเงินดังกล่าวให้กับลูกค้าเมื่อลูกค้าร้องขอ ตามหลักโดยทั่วไป บริษัทจะเป็น  ผู้รับภาระค่าธรรมเนียมการโอนเงินทางธนาคารที่จำเป็นสำหรับการโอนยอดเงินคงเหลือคืน แต่หากยอดเงินคงเหลือเกิดจากเหตุของลูกค้าเอง ในบางกรณีบริษัทอาจร้องขอให้ลูกค้าเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมการโอนเงินทางธนาคารได้

ข้อ 15 (ข้อจำกัดความรับผิดที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่โฆษณา)
1. บริษัทไม่รับประกันไม่ว่าด้วยประการใดว่าการบริการฯ นี้จะปราศจากความผิดพลาด จุดบกพร่อง หรือปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ โดยปัญหาต่าง ๆ อาจมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในกรณีเช่น โฆษณาที่ถูกเผยแพร่ไปไม่ได้ถูกจัดแสดงให้เห็น เนื้อหาของโฆษณาที่ถูกเผยแพร่นั้นจัดแสดงในรูปแบบที่แตกต่างจากเนื้อหาโฆษณาต้นฉบับ โฆษณาถูกเผยแพร่ไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างจากกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ หรือข้อมูลที่แสดงนั้นไม่ถูกต้อง โดยลูกค้าจะต้องตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าวในทุกประการและลูกค้าจะต้องไม่ดำเนินการทางกฎหมายใด ๆ กับบริษัท แม้ในกรณีที่ระบบการเผยแพร่โฆษณาไม่ทำงานตามปกติและการเผยแพร่โฆษณานั้นไม่ได้ดำเนินการตามกำหนดก็ตาม เว้นแต่ในกรณีที่เกิดจากการจงใจกระทำการโดยบริษัท
2. ลูกค้ายอมรับว่าบริษัทอาจทดสอบการเผยแพร่หรือเผยแพร่โฆษณาโดยพิจารณาจากข้อมูลอื่นที่ไม่ใช่ข้อมูลมาตรฐานสำหรับการเผยแพร่โฆษณา (Standard Ad Distribution Logic) ไปยังการเข้าชม (Traffic) บางประการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลการเผยแพร่โฆษณา (Ad Distribution Logic) ของการบริการฯ ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบเพิ่มเติมอีก และลูกค้ารับทราบว่าบริษัทอาจคิดรวมค่าบริการการเผยแพร่โฆษณาดังกล่าวไว้ในค่าบริการที่จะเรียกเก็บจากการใช้การบริการฯ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 5
3. ลูกค้ารับทราบว่าบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อกรณีที่โฆษณาซึ่งเผยแพร่ในการบริการฯ ถูกโพสต์ประกาศหรือถูกกดคลิกโดยผิดพลาดเนื่องมาจากสาเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท และจะไม่ให้ส่วนลดค่าการบริการฯ ในกรณีดังกล่าว

ข้อ 16 (ข้อจำกัดความรับผิดของบริษัท)
1. คุณลักษณะ (Deemed Attribute) ที่นำมาใช้ในการกำหนดเป้าหมายนั้นถูกประมาณการโดยอ้างอิงตามอัลกอริทึมอิสระ (Independent Algorithm) ที่บริษัทกำหนดโดยใช้การวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้บริการต่าง ๆ ของบริษัท และบริษัทไม่รับประกันว่ากลุ่มเป้าหมายจะมีลักษณะตรงตามคุณลักษณะดังกล่าว
2. บริษัทไม่รับประกัน ไม่ว่าด้วยกรณีใดและจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ใน (ก) เนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนด            (ข) การกระทำใด ๆ ของบุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงผู้ใช้บริการของบริษัท ในประการที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่นำเสนอและช่องทางที่กำหนด       (ค) ข้อเสนอและรายการใด ๆ ทั้งหมดที่จัดเตรียมโดยหรือเช่าจากบริษัทให้แก่ลูกค้าในการเผยแพร่โฆษณา (ซึ่งรวมถึงคำแนะนำ ข้อเสนอ การคาดคะเนใด ๆ และข้อมูลอื่นใดที่บริษัทจัดเตรียมให้ลูกค้า) และผลลัพธ์จากการใช้รายการต่าง ๆ ดังกล่าว และ (ง) สถานที่เผยแพร่โฆษณา คุณภาพ (รวมถึงจำนวนคนที่รับการเผยแพร่โฆษณาและผลการเผยแพร่โฆษณา) และความแม่นยำของฟังก์ชันในการกำหนดเป้าหมาย
3. บริษัทจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใดในบางกรณีที่เนื้อหาของโฆษณาอาจแสดงไม่ถูกต้องหรือไม่ได้ถูกส่งไปยังช่องทางที่กำหนดเมื่อกดคลิก แม้ว่าระบบการเผยแพร่โฆษณาจะทำงานตามปกติอยู่ก็ตาม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของผู้ใช้บริการ เวอร์ชันของ           แอปพลิเคชัน หรือการตั้งค่า หรือสภาพแวดล้อมอื่น ๆ
4. บริษัทจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใดในความเสียหายอื่นใดที่เกิดจากความผิดพลาดในการตั้งค่าของลูกค้า
5. ในกรณีที่ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยน ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามที่บริษัทกำหนด ณ เวลาที่บริษัทเป็นผู้กำหนดได้เองโดยลูกค้าจะไม่โต้แย้งใด ๆ ในอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว และบริษัทจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใดก็ตามในความเสียหายหรือความเสียเปรียบที่ลูกค้าได้รับผลกระทบ

ข้อ 17 (เหตุสุดวิสัย)
บริษัทจะไม่รับผิดชอบไม่ว่าด้วยประการใดแม้ในกรณีที่โฆษณาซึ่งได้กำหนดเวลาให้เผยแพร่ ไม่สามารถเผยแพร่ได้หรือไม่ถูกเผยแพร่อย่างเหมาะสม อันเนื่องจากเหตุภัยพิบัติ ความล้มเหลวในการสื่อสาร หรือเหตุสุดวิสัยอื่น ๆ การเจาะเข้าระบบ (Hacking) หรือการเจาะเข้าระบบเพื่อกระทำความผิด (Cracking) โดยบุคคลอื่น ความล้มเหลวของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตหรือเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้า หรือเหตุอื่นใดที่ไม่ได้เกิดจากบริษัท หรือมาตรการต่าง ๆ ที่บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้การบริการฯ เช่น การบำรุงรักษาระบบในกรณีฉุกเฉินหรือการตรวจสอบการบำรุงรักษา

ข้อ 18 (การรักษาความลับ)
1. ลูกค้าจะต้องไม่เผยแพร่ข้อเท็จจริงว่าตนกำลังใช้การบริการฯ หรือข้อเท็จจริงว่าตนกำลังทำงานร่วมกับการบริการฯ โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า (รวมถึงทางอีเมล) จากบริษัทก่อน
2. ลูกค้าจะต้องเก็บรักษาข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยให้แก่ลูกค้าและบริษัทกำหนดว่าให้เป็นความลับ (ต่อไปนี้เรียกว่า “ข้อมูลที่เป็นความลับ”) ไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด
3. ในกรณีที่ลูกค้าทราบถึงการเปิดเผย การปลอมแปลง หรือการดักฟังใด ๆ ซึ่งข้อมูลที่เป็นความลับ ลูกค้าจะต้องรายงานให้บริษัททราบทันทีเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงทางอีเมล
4. ลูกค้าไม่อาจเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่บุคคลภายนอก โดยไม่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้าก่อน อย่างไรก็ตามข้อมูลดังต่อไปนี้ไม่เป็นข้อมูลที่เป็นความลับ
(1) ข้อมูลที่ลูกค้าทราบอยู่แล้วก่อนการเปิดเผย
(2) ข้อมูลที่สาธารณชนทราบอยู่แล้วหรือเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นการทั่วไป
(3) ข้อมูลที่ลูกค้าได้รับมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากบุคคลภายนอกโดยไม่มีภาระหน้าที่ในการรักษาความลับ หรือ
(4) ข้อมูลที่บริษัทได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามิให้ถือรวมเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ
5. ในกรณีที่ลูกค้าจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ กฎว่าด้วยการแลกเปลี่ยนตราสารทางการเงิน (Financial Instruments Exchange) หรือกฎเกณฑ์อื่นใดที่เทียบเท่ากับกฎดังกล่าว (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า “กฎหมายฯ”) ให้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับใด ๆ     ที่บริษัทเปิดเผยให้ทราบ ลูกค้าจะต้องบอกกล่าวให้บริษัททราบถึงข้อกำหนดดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรโดยทันที อย่างไรก็ตาม        ในกรณีที่ลูกค้าไม่สามารถบอกกล่าวให้บริษัททราบล่วงหน้าได้เนื่องจากข้อกำหนดของบทบัญญัติกฎหมายฯ หรือข้อจำกัดทางด้านเวลา ลูกค้าอาจบอกกล่าวให้บริษัททราบในภายหลังได้ ในกรณีที่ลูกค้าต้องเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับตามบทบัญญัติในวรรคนี้ ลูกค้าสามารถเปิดเผยได้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น โดยไม่คำนึงถึงบทบัญญัติในวรรค 1 ของข้อนี้ อย่างไรก็ตาม หากบริษัทให้วิธีการรักษาความลับข้อมูลที่เป็นความลับแก่ลูกค้าในการเปิดเผยดังกล่าว ลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามคำขอดังกล่าวเท่าที่เป็นไปได้ภายใต้ขอบเขตกฎหมายที่ใช้บังคับและในระดับที่เป็นไปได้ในการปฏิบัติงานของลูกค้า
6. ในกรณีที่สัญญาบริการสิ้นสุดลงหรือเมื่อได้รับการร้องขอจากบริษัทในระหว่างระยะเวลาของสัญญาบริการ ลูกค้าจะต้องส่งคืนหรือทำลายข้อมูลที่เป็นความลับและสำเนาใด ๆ ของสิ่งดังกล่าว

ข้อ 19 (สิทธิในข้อมูล)
1. สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ลูกค้าลงทะเบียน นำส่ง หรืออัปโหลดสู่การบริการฯ จะเป็นสิทธิของลูกค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่มีหน้าที่ต้องปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าวของลูกค้า
2. ลูกค้าจะต้องอนุญาตให้บริษัทใช้ข้อมูลที่ลูกค้าลงทะเบียน นำส่ง หรืออัปโหลดสู่การบริการฯ ในขอบเขตที่จำเป็นสำหรับการใช้การบริการฯ โดยลูกค้าจะต้องไม่บังคับใช้สิทธิทางศีลธรรมของผู้สร้างสรรค์ต่อบริษัท

ข้อ 20 (การจัดการข้อมูล)
1. ใ1. ในการบริการฯ บริษัทจะเผยแพร่โฆษณาไปยังหน้า LINE Voom ของผู้ใช้บริการ ไลน์ทูเดย์ (LINE Today) โฆษณาสมาร์ทแชนเนล (LINE Ads Smart Channel) และ/หรือ ตำแหน่งโฆษณา (Ad Spots) ที่จัดเตรียมโดยบริษัทหรือบุคคลภายนอกที่เป็นพันธมิตรกับบริษัท ในแต่ละประเทศหรือภูมิภาคตามที่บริษัทกำหนด เช่น ข้อความที่ส่งผ่านบัญชีทางการ (Official Account) ของลูกค้าและบริษัท
2. บริษัทอาจใช้ดุลยพินิจของตนเองเปลี่ยนรูปแบบการแสดงโฆษณาและเรื่องอื่น ๆ ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องบอกกล่าวให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า ซึ่งรวมทั้งในระหว่างระยะเวลาการเผยแพร่โฆษณาด้วย

ข้อ 21 (การชดเชยค่าเสียหาย)
1. ในกรณีที่บริษัทได้รับความเสียหายอันเนื่องมาจากการฝ่าฝืนข้อกำหนดการใช้งานนี้โดยลูกค้า ลูกค้าจะต้องชดเชยค่าเสียหายดังกล่าวทั้งหมดในทันที (ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าทนายความตามความเหมาะสม)
2. ในกรณีที่ลูกค้าได้รับข้อเรียกร้อง ข้อกล่าวหา คำร้องขอ คำขอ หรือคำร้องใด ๆ เป็นต้น (ต่อไปนี้เรียกรวมกันว่า "ข้อเรียกร้อง") ว่าลูกค้าได้ละเมิดสิทธิ์ของบุคคลภายนอก รวมถึงผู้ใช้บริการ ในประการที่เกี่ยวข้องกับการบริการฯ ลูกค้าจะต้องยุติข้อเรียกร้องดังกล่าวด้วยค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบของตนเอง โดยในกรณีที่บริษัทได้รับความเสียหายใด ๆ เนื่องจากข้อเรียกร้องดังกล่าว ลูกค้าจะต้องชดเชยค่าเสียหายดังกล่าวทั้งปวงในทันที ในกรณีที่บริษัทเป็นผู้ยุติข้อเรียกร้อง ลูกค้าจะต้องชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่บริษัทเพื่อการยุติข้อเรียกร้องดังกล่าว
3. บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่ลูกค้าในระหว่างความไม่ต่อเนื่องหรือการระงับการบริการฯ ใด ๆ             อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัย เช่น อัคคีภัย ไฟฟ้าดับหรือภัยธรรมชาติ การขัดข้องของเครือข่ายหรือระบบ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ในข้อ 11 และข้อ 12
4. ลูกค้ารับทราบและตกลงว่าในบางกรณีที่ลูกค้าเชื่อมต่อผู้ใช้บริการผ่านทางการบริการฯ ไปสู่บริการอื่น ๆ ภายนอก บริการภายนอกดังกล่าวอาจไม่พร้อมให้ผู้ใช้บริการใช้งานอันเนื่องจากเหตุผลทางเทคนิคหรือเหตุอื่น ๆ นอกจากนี้ ลูกค้าอาจได้รับผลเสีย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ และ/หรือ การปฏิบัติที่เสียเปรียบจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (ต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า       “ข้อเสียเปรียบ”) ลูกค้าจะรับความเสี่ยงภัยที่เกิดจากข้อเสียเปรียบและรับทราบว่าลูกค้าจะเชื่อมต่อผู้ใช้บริการไปสู่บริการภายนอกด้วยความเสี่ยงภัยของตนเอง ลูกค้าตกลงยอมรับว่าบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากความไม่พร้อมของบริการภายนอกหรือข้อเสียเปรียบต่าง ๆ
5. ภายใต้บทบัญญัติต่าง ๆ ของข้อกำหนดการใช้งานนี้ บริษัทจะชดเชยความเสียหายต่าง ๆ เฉพาะที่เกิดขึ้นจากการกระทำโดยจงใจหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัทแก่ลูกค้า โดยจะชดเชยความเสียหายให้เฉพาะความเสียหายตามจริงที่เกิดจากผลโดยตรงและเป็นความเสียหายตามปกติ และจำนวนเงินค่าชดเชยที่บริษัทจะชำระให้จะไม่เกินไปกว่าค่าบริการที่ลูกค้าได้ชำระให้กับบริษัท     ตามจริงในเดือนก่อนหน้าเดือนที่เกิดความเสียหายขึ้น

ข้อ 22 (การโอนและการรับมอบสถานะ)
ลูกค้าจะต้องไม่โอน ส่งมอบ หรือนำไปวางเป็นหลักประกันกับบุคคลภายนอก หรือยินยอมให้บุคคลภายนอกเข้ารับสถานะของตนภายใต้สัญญาบริการหรือสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประการที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาบริการ โดยไม่ได้กระทำการตามวิธีการที่บริษัทกำหนด

ข้อ 23 (สิทธิ์ของบริษัท)
หากบริษัทพิจารณาหรือเชื่อว่าลูกค้าให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จ ด้วยเจตนาหลีกเลี่ยงการชำระค่าบริการ บริษัทอาจดำเนินการตามสิทธิ์ทางกฎหมายทั้งหมดซึ่งเกิดจากการกระทำดังกล่าวของลูกค้า

ข้อ 24 (โมฆะกรรมแยกส่วน)
ในกรณีที่บทบัญญัติใด ๆ ในข้อกำหนดการใช้งานนี้ถูกพิจารณาโดยศาลหรือหน่วยงานอื่นใดที่มีอำนาจว่าเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้ ไม่ให้โมฆะกรรมหรือการไม่สามารถบังคับใช้ได้ของข้อกำหนดดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสมบูรณ์หรือการบังคับใช้ของบทบัญญัติอื่น ๆ หรือกฎที่เกี่ยวข้อง และให้เปลี่ยนบทบัญญัติที่ถูกพิจารณาว่าเป็นโมฆะหรือไม่สามารถบังคับใช้ได้นั้นเป็นบทบัญญัติตามเจตนารมณ์เบื้องต้นระหว่างบริษัทและลูกค้าตามกฎหมาย

ข้อ 25 (กฎหมายที่ใช้บังคับ)
ข้อกำหนดการใช้งานนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น

ข้อ 26 (เขตอำนาจศาลเฉพาะ)
บริษัทและลูกค้าตกลงว่าให้ศาล Tokyo Summary Court หรือศาลแขวงโตเกียว (Tokyo District Court) ซึ่งกำหนดตามจำนวนมูลค่าความเสียหายที่เรียกร้อง เป็นศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการพิจารณาข้อพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อกำหนด   การใช้งานนี้หรือการบริการฯ

ข้อ 27 (การปรึกษาหารือ) 
เรื่องใด ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดการใช้งานนี้ ให้บริษัทและลูกค้าปรึกษาหารือกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นโดยสุจริต 

ข้อ 28 (การจัดการข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้)
1. บริษัทจะใช้ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ (PII) ของลูกค้าที่ลูกค้าให้ไว้แก่บริษัทเพื่อให้บริการและดำเนินการบริการฯ เพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามสัญญาของบริษัทกับลูกค้า และปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่ใช้บังคับ โดยสอดคล้องกับนโยบายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของไลน์ (LINE Privacy Policy)
2. บริษัทจะใช้หรือเปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ (PII) เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ข้อมูลนั้นได้เก็บรวบรวมมาเท่านั้น เว้นแต่ในกรณีที่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือตามที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้กระทำได้ และบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าเป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้งานให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเท่านั้น
3. ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในข้อมูลของลูกค้าที่ได้ลงทะเบียนมา ลูกค้าจะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยไม่ชักช้าตามวิธีการที่บริษัทกำหนด
4. ในกรณีที่บริษัทได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงในวรรคก่อน บริษัทอาจขอให้ลูกค้าจัดส่งเอกสารเพื่อยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและลูกค้าจะต้องปฏิบัติตามคำขอดังกล่าวด้วย


ประกาศใช้เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562
แก้ไขเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562
แก้ไขเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563
แก้ไขเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564 
แก้ไขเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2565